แต่งหน้าคู่บ่าวสาว ในวันถ่าย Pre wedding สำคัญยังไง

“อย่าไปคิดว่าจะต้องยิ้มแบบนี้ไหม ไม่ต้องซีเรียส ทำความรู้สึกและอารมณ์ให้สบาย ๆ ที่สุดเหมือนเวลาที่คุณอยู่กันสองคนเลย”

เมื่อการถ่ายพรีเวดดิ้งกำลังจะมาถึง สิ่งนึงที่คู่รักหลายคู่ต่างพากันกังวลก็คือ… จะโพสท่ายังไง? จะโพสท่าได้ไหม? และนี่แหละครับคือหนึ่งในองค์ประกอบสำคัญไม่น้อยไปกว่าเสื้อผ้าหน้าผม ที่จะทำให้ภาพถ่ายพรีเวดดิ้งออกมาดูสวยงามและสมบูรณ์แบบที่สุด T95 Studio จะมาบอกให้ทราบกันครับว่า… ถ้าหากคุณและคู่รักกำลังคิดถึงเรื่องโพสท่าถ่ายพรีเวดดิ้ง เรามีสิ่งที่จะมาแนะนำดังนี้ครับ

เริ่มจากอันดับแรกสุดเลยก็คือ… คุณจะต้องเลิกกังวลเรื่องท่าทางไปได้เลยครับ ทำใจให้สบาย ๆ ไม่ต้องไปคิดว่าจะต้องโพสท่านั้น ท่านี้ เพราะสุดท้ายแล้วก็คือปล่อยให้เป็นหน้าที่ของช่างภาพเลยครับ อย่างที่ T95 Studio พี่ต้นจะเป็นคนชวนคุย entertain สร้างบรรยากาศให้ relax ตั้งแต่คู่รักเข้ามาแต่งหน้าทำผม เพื่อที่เวลาเริ่มถ่ายภาพพรีเวดดิ้งกันจริง ๆ คู่รักจะได้ไม่รู้สึกเกร็งหรือเขินอายกับพี่ต้นและทีมงาน และสิ่งนี้เองจะเป็นผลดีต่อขั้นตอนสำคัญอีกขั้นตอนที่จะบอกให้ทราบต่อจากนี้ครับ

อีกขั้นตอนหรือกระบวนการสำคัญในการที่จะทำให้การถ่ายภาพพรีเวดดิ้งออกมาดูดีที่สุดนั่นก็คือในเรื่องของ “อินเนอร์” ของคู่รักทั้งสองคนนั่นเอง ซึ่งจากประสบการณ์ของ T95 Studio นั้น เป็นเรื่องปกติมากที่เมื่อเวลาถ่ายภาพพรีเวดดิ้งแล้วคู่รักจะรู้สึกเขินอายช่างภาพ หรือบางทีก็อาจจะไม่สามารถแสดงออกถึงความรักหรืออารมณ์โรแมนติกของทั้งคู่ออกมาได้อย่างเต็มที่ ส่วนนี้นี่เองที่ทางเราอยากจะแนะนำว่า “อย่าไปคิดว่าจะต้องยิ้มแบบนี้ไหม ไม่ต้องซีเรียส ทำความรู้สึกและอารมณ์ให้สบาย ๆ ที่สุดเหมือนเวลาที่คุณอยู่กันสองคนเลย” และแววตากับรอยยิ้มที่ดูจริงที่สุดมันจะออกมาเอง คำว่าอินเนอร์ไม่ได้หมายถึงการแสดงแต่มันคือความรู้สึกและอารมณ์จริงๆ เพราะฉะนั้นเวลาถ่ายภาพพรีเวดดิ้งถ้าในภาพ ๆ นั้นได้แววตาและรอยยิ้มที่คนรักกันสองคนติดอยู่ในภาพนั้น ก็จะทำให้ feeling ของภาพออกมาดูเป็นธรรมชาติที่สุดนั่นเอง

และยังมีทริคเล็ก ๆ น้อย ๆ อีกที่ T95 Studio อยากจะมาแบ่งปันเกี่ยวกับการโพสท่าสำหรับถ่ายภาพพรีเวดดิ้งครับ อย่างลูกค้าที่น่ารักบางท่านที่หา reference สำหรับโพสท่าตาม อันนี้ข้อดีคืออาจทำให้ได้ซ้อมโพสกันมาก่อนถ่าย แต่ข้อสังเกตคือ พอเวลามาถ่ายจริงก็จะทำให้เกิดความกังวลได้ว่าจะโพสท่าได้เหมือน reference ที่หามาไหม ก็จะทำให้โพสออกมาได้ไม่เป็นธรรมชาติบ้าง หรืออินเนอร์ไม่ได้บ้าง เคสนี้ทางเราขอแนะนำว่าให้ปรึกษากับช่างภาพก่อนวันถ่ายเลยครับว่าท่าโพสนั้นจะเหมาะกับเราไหม จะได้ไม่หา reference เก้อกันนะครับ

อันที่จริงแล้วการถ่ายพรีเวดดิ้งถ้าติ๊งต่างให้เข้าใจง่าย ๆ ก็คล้าย ๆ กับการถ่ายแบบแหละครับ โดยบ่าวสาวถือว่าเป็นนางแบบกับนายแบบ 1 วัน แต่มันก็สนุกดีใช่ไหมล่ะครับ ครั้งนึงถ้าเราไม่ใช่อาชีพนี้ แต่มีโอกาสมาถ่ายแบบกัน ก็ถือเป็นประสบการณ์และโมเมนท์ที่เก็บไว้ในความทรงจำดีๆของทั้งคู่และสตูดิโอของเราตลอดไปด้วยครับ